- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
Click Here to get a Free
AToMixZ hasn't played any games recently.
บางครั้งความรักก็เข้ามาหาเราเพื่อให้ได้เรียนรู้ มิใช่ให้ครอบครอง...ไม่ผิดหากจะรักคนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้อนคนอีกคน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ทำหน้าที่ซ้อนกับใคร แต่สิ่งนึงที่ทำให้ผมรู้สึกได้และทำให้เจ็บปวด ผมคงไม่ได้แย่งใครมาจากใครใช่มั้ย? เมื่อก่อนผมมักคิดว่าตัวเองต้องเป็นคนที่มีปัญหาอะไรบางอย่างแน่นอน ทำไมผมถึงไม่เคยคิดเรื่องจะมีคนรัก มีแฟนอะไรทำนองนี้กับเค้าเลย สมัยม.ต้น ผมต้องพยายามปรับตัวเพื่อเข้ากับเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ที่กว้างขึ้นกว่าเมื่อประถม ผมสนุกสนานกับการได้นั่งเล่นเกมเพลสเตชั่น ได้เล่นบาสกับเพื่อน มาม.ปลาย ความที่ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การที่จะต้องมานั่งเล่นเกมเหมือนเมื่อก่อนคงจะไม่ดี ผมจึงต้องตั้งหน้าตั้งตา และตั้งใจเรียน พร้อมกับปรับตัวอีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับสังคมที่โตขึ้น แต่สิ่งที่ผมยังอยู่ คือ การได้อยู่กับเพื่อนฝูง ได้เฮฮา สนุกสนาน และได้เที่ยวมากขึ้น แน่นอนผมก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกของการมีความรัก ต่างจากเพื่อนๆหลายคนที่จะเข้ามาจ้อเรื่องเด็กใหม่ที่อยากจีบ เข้ามาอวดเมื่อได้เป็นแฟน และเข้ามาฟูมฟายเมื่อต้องเลิกกันหลายต่อหลายคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ผมยังเคยคิด ในวัยมัธยมนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้รู้จักคำว่ารักหรอกว่ามันเป็นแบบไหน แต่แล้ววันนึง ผมก็ได้รับความรักโดยไม่ทันตั้งตัว และที่ไม่คาดคิด คนๆนั้นเค้าอยู่ข้างกายมาตลอด ๔ ปีที่ได้รู้จักกันมา ถึงแม้ว่าจะพึ่งได้มาอยู่ใกล้ชิดกันก็ตาม ผมน่าที่จะสดชื่น รับความรู้สึกนั้นมาด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม แต่ตอนนี้...ผมกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เมื่อรู้ว่าการที่ผมตอบรับความรักนั้นมา จะทำให้คนอีกคนต้องเจ็บปวด ผมรู้จักรักแรกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ความรักที่ลึกซึ้งของผมกับเค้าที่เกิดขึ้น ทุกๆอย่าง ทำให้ผม“รักฤดูหนาว”... ถ้าไม่อยากจะเจ็บก็อย่าริรัก...ยิ่งคิดผมก็ยิ่งหดหู่ ที่ผมรู้สึกแย่ตอนนี้ ไม่ได้เจ็บเพราะความรัก แต่แย่เพราะสิ่งที่ผมคิดอยู่ต่างหาก คนเราจะรักกันไปทำไม เมื่อสุดท้ายแล้ว มันก็ต้องจบด้วยการจากลา ไม่วันใดก็วันนึง...อยู่คนเดียวไม่ดีกว่าเหรอไง คนเราพอไมได้เจอกันบ่อยๆ พอห่างออกไป มันก็เปลี่ยนไปทุกคนนั่นแหละ...เวลาเปลี่ยน ใจคนเราก็เปลี่ยน มึงว่างั้นมั้ย?...แต่กูไม่มีวันเป็นคนแบบนั้นหรอก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้นหรอก...เวลาไม่ได้เปลี่ยนใครหรอก แต่ใจคนต่างหากที่มันเปลี่ยน ย่างเข้าสู่ต้นเดือนมิถุนายน กับการเปิดเทอมวันแรกในรั้วมหา`ลัย ในฐานะเด็กซิ่ว(Fossil)คนนึง ผมในชุดนิสิต ผูกไทกรมท่า ยืนรอใครบางคนหน้าประตูตึกเรียน ยืนรอใครบางคนอยู่“เชื่อในเรื่องพรหมลิขิตว่างั้น?”...ไม่รู้สิ แต่ไม่แปลกใจเหรอไง? บนโลกมีคนเป็นหมื่นเป็นล้านคน แล้วทำไมคน ๒ คน ถึงมาเจอกันได้ แล้วทำไมถึงมารักกันได้แล้วความรักมันก็ต้องออกมาจากหัวใจด้วย ถ้าไม่รักก็คือไม่รัก แต่ถ้าเกิดมาคู่กันจริงๆ จะหนียังไงมันก็ไม่พ้นหรอก...” ไอ้โก้ที่มึงพูดให้กูฟังคราวก่อนโน้น ตอนนี้พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้วว่ะ...ผมคิดพลางมองเหล่าเฟรชชี่ทั้งหลายต่างพากันรีบเร่งเดินผ่านหน้าไป ดูเหมือนว่าฤดูร้อนปีนี้จะยาวนานกว่าทุกปีแฮะ ผมยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลผ่านแก้ม นี่ขนาดเพิ่งสายๆเองนะเนี่ย ทำไมมันร้อนได้ร้อนดีจังวะ “ไงคับ เฟรชชี่”ผมพูดแล้วมองไปที่เค้า เห็นเค้าหน้าใสกว่าเก่ามากตัวสูงขึ้นนิดหน่อยเลยเอามือปาดริมฝีปากน้อยๆนั้น“คราวหน้าไม่ได้โดนแค่นิ้วหรอกนะ”ผมว่าแล้วรีบหันหลังวิ่งหนีไปตามถนนอย่างรวดเร็ว โดยมีเค้าวิ่งตามมาติดๆไปตลอดตามแนวอาคารเรียนแล้วก็ตึกเรียนที่ไม่คุ้นตา ....ต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างต่างปลิวพลิ้วไหวไปมาล้อกันกับสายลมที่พัดผ่านระลอกแล้วระลอกเล่า...คงจะพลิกหน้ากระดาษสุดท้ายได้สักวัน
เต้ยคุง
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English